อัพเดทข่าวสาร

เหตุเกิดเพราะความอาย พนักงานอุทยานญี่ปุ่นให้นักท่องเที่ยวเข้าฟรีมากว่า 2 ปี

Posted on
Shinjuku-Gyoen

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไม่ค่อยกล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษ อีกทั้งในการเรียนภาษาอังกฤษของชาวญี่ปุ่น ก็เป็นการเรียนแบบญี่ปุ่น กล่าวคือในการสะกดเสียง อ่านคำ จะออกมาเป็นแบบใช้ตัวสะกดของญี่ปุ่น

“เซ-บุน-อี-เล-บุน ทำเอางง”

คำว่าเซเว่นอีเลฟเว่น ชาวญี่ปุ่นจะอ่านว่า เซ-บุน-อี-เล-บุน  ซึ่งก็จะทำให้มีปัญหาเวลาพูดกับชาวต่างชาติ เพราะมักจะฟังไม่รู้เรื่องนั่นเอง

คุณลุงขี้อาย ให้เข้าอุทยานฟรีซะเลย

Shinjuku-Gyoen-sakura

จากคำบอกกล่าวของพนักงานอุทยานแห่งชาติชินจูกุเกียวเอ็น ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมักจะเดินทางไปอยู่เป็นประจำ ก็ได้ออกมายอมรับว่า ตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ได้ปล่อยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เข้าอุทยานไปแบบฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าเข้า ก็เพราะตัวเองไม่รู้ภาษาอังกฤษ และอายที่จะพูด ดังนั้นก็เลยปล่อยให้เข้าฟรีกันซะเลย

ข่าวนี้มาจากสำนักข่าวเกียวโด ที่รายงานว่า เจ้าหน้าที่ขายตั๋ววัย 70 ปี กลัวที่จะพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ ก็เลยปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าอุทยานไปแบบฟรีๆกันมา 2 ปีกว่าเลย

ซึ่งทางอุทยานก็ได้ประเมินความเสียหายของคุณลุงขายตั๋วท่านนี้ ไว้อยู่ที่ประมาณ  7 ล้านบาทไทยกันเลยทีเดียว

ประเทศญี่ปุ่นเตรียมอัพสกิลอิงลิชให้กับหลายหน่วยงาน

ประเทศญี่ปุ่นกำลังจะมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อรองรับโอลิมปิกที่ตนจะเป็นเจ้าภาพในปี 2020  ที่จะถึงนี้ เพราะทราบกันดีว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษน้อย และไม่ค่อยพูดคุยกับชาวต่างชาติ เพราะอายที่จะพูดภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นนั้นเอง

ทางรัฐบาลญี่ปุ่น ก็เตรียมพร้อมที่จะยกระดับทักษะทางภาษา ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพในปี 2020 นี้ แบบเร่งด่วนอีกด้วย

อัพเดทข่าวสาร

ตามดูระบบการศึกษาประเทศสิงคโปร์ ทำไมถึงได้ล้ำหน้าที่สุดในอาเซียน

Posted on
การศึกษาในสิงค์โปร์

จากประเทศที่พึ่งได้รับเอกราชมาเป็นแค่ 50 ปี เพราะเหตุอะไรทำไมประเทศสิงคโปร์ ถึงได้เป็นประเทศที่พัฒนาเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย โดยเฉพาะในด้านการศึกษา ต้องยอมรับว่าประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีประชาชนเข้าถึงระบบการศึกษาของภาครัฐเยอะที่สุด เป็นอันดับต้นๆในโลกเลย

ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าระบบการศึกษายอดเยี่ยม แต่เด็กในประเทศสิงคโปร์เอง ก็ต้องเผชิญหน้ากับความเครียด เพื่อให้ทำคะแนนสอบให้ดีมาโดยตลอด จนในปัจจุบันทางรัฐบาลได้มีการประชาสัมพันธ์ให้กำลังใจกับเด็กในประเทศสิงคโปร์ โดยระบุว่า “การสอบไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต” เพื่อให้ลดความกดดัน ความเครียดจากการเรียนอย่างหนักหน่วงของเด็กๆตั้งแต่ประถม

ค่าแรงครูสูงลิบ ถึง 120,000 ต่อเดือน

การศึกษาภาษาสิงคโปร์

เหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้ประเทศสิงคโปร์มีระบบการเรียนการสอนที่ต่างประเทศให้การยอมรับโดยทั่วกัน ก็คงไม่พ้นกันคัดเลือก เชิญอาจารย์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ในสาขาวิชาต่าง ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ให้มาสอนที่ประเทศสิงคโปร์

เงินเดือนของคุณครูในระดับชั้นประถมศึกษาถึงชั้นมัธยมศึกษา อยู่ประมาณ 50,000 ถึง 120,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีค่าล่วงเวลาและโบนัส ที่เพิ่มให้อีกตามผลงานในแต่ละเดือน

รัฐบาลของสิงคโปร์มุ่งเน้นที่จะพัฒนาด้านการศึกษาในประเทศ จนถึงในระดับที่ว่า มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการศึกษาอย่างเดียวอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ ของบประมาณภาครัฐในแต่ละปี

ถ้าหันกลับมามองประเทศไทยเรา คงต้องบอกว่า น่าเสียดายเป็นอย่างมาก ที่ทางฝ่ายรัฐ ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ก็ไม่เคยหันมาให้ความสำคัญกับการศึกษาของประชาชนอย่างเป็นจริงเป็นจังสักที ซึ่งหลายๆประเทศ ในอาเซียนเอง ก็ต่างเร่งพัฒนาในด้านการศึกษา ในด้านภาษา เพื่อให้ประเทศสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์

นายลีกวนยู-วีรบุรุษแห่งสิงคโปร์

เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ประเทศสิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชียประเทศหนึ่ง สิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรทางธรรมชาติเลย แถมพื้นที่ก็ยังน้อย กล่าวคือถ้ามองแบบผิวเผินแล้ว คงไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ประเทศสิงคโปร์จะพัฒนาขึ้นมาจนแซงหน้าประเทศไทยได้

โดยผู้นำคนสำคัญ ที่นำความก้าวหน้าอย่างส่งสุดมาให้ประเทศสิงคโปร์ ก็คือนายลี กวนยู นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศสิงคโปร์ ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2502 ถึงปี 2533  ยาวนานถึง 31 ปี

ในช่วงที่นายลี กวนยู ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เขามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้านการศึกษาของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยมีแนวคิดที่ว่า ประเทศจะพัฒนาได้ก็ต้องสร้างคนให้ดีก่อน มีการสนับสนุนให้ประชาชนในประเทศสิงคโปร์ได้เรียนรู้สองภาษาคือ ภาษาจีนกลาง และภาษาอังกฤษ และมีการคัดเลือกนักเรียนระดับหัวกะทิ ให้ทุนไปเรียนที่สถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก เพื่อให้นำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ และมีการส่งเสริมเพิ่มค่าแรงของครู ให้จูงใจคนให้อยากมาเป็นครู รวมถึงเชิญอาจารย์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยต่างชาติมาสอนที่สิงค์โปรด้วย

อ้างอิง: https://www.bbc.com/thai/international-45722540

 

อัพเดทข่าวสาร

จะแก้ยังไง? เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงานเพียบ 

Posted on
นักศึกษาจบใหม่-เสี่ยงตกงานอื้อ

ว่างงานถึง 370,000 คน พาณิชย์ศาสตร์หนักสุด

มีการเปิดเผยจากรองปลัดกระทรวงแรงงาน พบว่า นักศึกษาจบใหม่ในปี 2561-2562 นี้ มีโอกาสเสี่ยงตกงานเพิ่มขึ้นสูงมาก เหตุผลเพราะ สาขาที่เรียนจบมาไม่ตรงกับสาขาที่ตลาดแรงงานต้องการ

โดย 3 สาขา ที่มีการสำรวจและคาดการณ์ว่าจะตกงานมากที่สุดก็คือ สาขาวิชาพาณิชยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และสาขาสังคมศาสตร์ ซึ่งทั้ง 3 สาขาไม่มีคุณสมบัติที่ตรงตามที่ตลาดแรงงานต้องการ ทำให้นักศึกษาที่จบใหม่หางานทำได้ยาก และจำเป็นต้องทำงานที่ไม่ตรงตามสายงานที่เรียนจบมา ในตำแหน่งที่ด้อยลง

ทั้งนี้นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน ยังไม่เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากผลสำรวจของกระทรวงแรงงานพบว่า อัตราว่างงานในช่วงเดือนกันยายน ปี 2561 ที่ผ่านมา มีจำนวนมากกว่า 370000 คน โดยกลุ่มที่ว่างงานมากที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุ 20 ถึง 24 ปี

โดยสาขาพาณิชยศาสตร์ มีอัตราว่างงานเป็นจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ จากผู้ว่างงานทั้งหมด 370000 คน หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 70000 คนขึ้นไป โดยรองลงมาจะเป็นศึกษาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่มีอัตราการว่างงาน 11 และ 11 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

สาขาอาชีพดาวรุ่งปี 62

ในทางกลับกัน ตั้งผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก็ได้แนะนำสาขาวิชาชีพที่น่าสนใจ มีโอกาสตกงานน้อย ให้นักศึกษาได้นำไปพิจารณากันด้วย ซึ่งได้แก่

1. อาชีพด้านความสวยความงาม เช่นศัลยกรรม ผิวหนัง ธุรกิจเกี่ยวกับครีมบำรุงผิว

2. โปรแกรมเมอร์ ซึ่งในปัจจุบันผู้ที่มีสกิลในทางด้านเขียนโปรแกรม เขียน Application  กำลังเป็นที่ต้องการตัวของตลาดแรงงานเป็นอย่างมาก

3. อาชีพเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ทั้งที่ส่วนของเวชศาสตร์การกีฬา เทรนเนอร์ นักกายภาพบำบัด การรับดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีกประมาณ 30 ปีข้างหน้าด้วย

4. อาชีพด้านภาษา การเรียนวิชาภาษาที่ 3  เช่น ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน ฯ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างงานสร้างรายได้ และมีโอกาสไปทำงานที่ต่างประเทศมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเป็นผู้ให้บริการแปลเอกสาร รับแปลภาษา ซึ่งก็กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเช่นกัน

5. อาชีพนักกฎหมายระหว่างประเทศ

6. อาชีพที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสัตวแพทย์ ร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ตัดเย็บเสื้อผ้าสัตว์ รับดูแลสัตว์ ผลิตอาหารสัตว์

ซึ่งอาชีพทั้ง 6 ประเภทนี้ เป็นอาชีพที่มีโอกาสที่จะตกงานน้อย เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน สำหรับนักศึกษาคนไหนสนใจก็ลองวางแผนในการศึกษาวิชาต่างๆเหล่านี้ดูกันนะครับ

อัพเดทข่าวสาร

ญี่ปุ่นเริ่มขาดแรงงาน เตรียมเปิดชาวต่างชาติเข้ามาทำงาน

Posted on
familymart-เปิดคนเข้าทำงาน

จากการที่สำนักข่าวนิกเคอิ มีการรายงานว่า ประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเข้าสู่สภาพสังคมผู้สูงวัยแบบเต็มตัว โดยมีสัดส่วนประชากรของคนอายุ 65 ปีขึ้นไป สูงถึง 28 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด โดยคาดว่าจะเพิ่มเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ ภายในอีกเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทางรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นจะต้องรีบดำเนินการแก้ไข เพื่อให้เศรษฐกิจไม่ได้ชะลอตัวมากเกินไปกว่านี้

ร้านสะดวกซื้อแข่งทำโปรหวังดึงคนเข้าทำงาน

ทางฝั่งร้านสะดวกซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นเอง ก็เริ่มพบกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานมากขึ้นแล้ว ซึ่งโดยปกติร้านสะดวกซื้อจะมีนักศึกษา และแม่บ้าน เข้ามาสมัคร ทำงาน Part Time กันอยู่อย่างเป็นประจำ ก็พบกับปัญหาผลทำงานไม่เพียงพอกับจำนวนสาขาที่เปิด ทั้งนี้ปัญหาก็เกิดขึ้นเพราะว่ามีการขยายสาขาอย่างรวดเร็วด้วย

ทางร้านสะดวกซื้อจึงได้ออกโปรโมชั่นข้อเสนอพิเศษ สำหรับพนักงาน โดยจะขึ้นค่าแรงเพิ่มเป็นประมาณ 1050 เยน ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 350 บาทไทยต่อชั่วโมง แต่ก็ยังหาคนทำงานได้ไม่มากเท่าที่ต้องการ

ดังนั้นในปัจจุบันจึงเกิดปรากฏการณ์ประโคมสารพัดโปรโมชั่น ให้แก่พนักงานที่มาทำงานที่ร้านของตน โดยคู่แข่งตัวใหญ่ก็คือ เซเว่นอีเลฟเว่น  Family Mart  และ Lawson  โดยโปรโมชั่นต่างๆก็ได้แก่ ส่วนลดการซื้อสินค้า ส่วนลดที่พักโรงแรม มีค่าเดินทางรวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆให้มากมาย มีศูนย์รับเลี้ยงเด็ก สำหรับคุณแม่ลูกเด็กที่ต้องการทำงาน ทั้งนี้ก็ยังมีการเปิดรับคนต่างชาติ ให้มาเป็นพนักงานมากขึ้นด้วย

ฝึกภาษาญี่ปุ่นไว้ไม่ตกงานแน่

ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็สอดคล้องกับรายงานจากสำนักข่าว NHK  ที่ระบุว่า ประเทศญี่ปุ่นเตรียมแก้กฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดสถานะผู้พำนักอาศัย เพื่อใช้สำหรับกลุ่มแรงงานต่างชาติ โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือกลุ่มชาวต่างชาติที่มีทักษะในระดับกลาง จะอนุญาตให้พำนักอาศัยในประเทศญี่ปุ่นได้นานสุดถึง 5 ปี และในอีกส่วนหนึ่งจะเป็นกลุ่มแรงงานที่มีความชำนาญและมีทักษะสูง จะอนุญาตให้สำนักอาศัยในญี่ปุ่นระยะยาวได้ อีกทั้งสมาชิกในครอบครัวก็สามารถมาอาศัยอยู่ด้วยได้เช่นกัน

ซึ่งการแก้กฎหมายครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการแรงงานต่างชาติเข้ามาทดแทนแรงงานหนุ่มสาวที่มีจำนวนน้อยลง เพื่อให้เศรษฐกิจไม่ซบเซาไปมากกว่านี้นั้นเอง

สำหรับคนไทยคนไหนที่อยากไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น การเริ่มฝึกภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ตอนนี้ รวมทั้งฝึกความสามารถสกิลต่างๆ ไม่แน่นะคุณอาจจะได้ไปอยู่ญี่ปุ่นกันทั้งครอบครัวเลยก็ได้